ถึงกับขนลุก!!! เมื่อได้รู้จักตัวตนจริงของ “นายทองคำ” ชายผู้กล้าต่อปากต่อคำกับ “ขุนหลวงนารายณ์” ในประวัติศาสตร์ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา!!!

เปิดอ่าน 838 views

เชื่อว่าหลายคนคงเสียน้ำตากันไปมากโข ให้กับการสาดพลังทางการแสดงของรุ่นใหญ่ในฉากบีบหัวใจจากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ที่พระเพทราชา หรือ  “ทองคำ” ในชื่อสามัญชน (รับบทโดย ศรุต วิจิตรานนท์) ได้เข้าไปต่อว่า “ขุนหลวงนารายณ์” (รับบทโดย ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง) จากกรณีที่พระองค์ได้ทรงสั่งลงหวายโกษาเหล็ก ที่สุดท้ายได้ถึงแก่ชีวิต ซึ่งจากฉากบีบหัวใจดังกล่าว ทำคนดูต่างแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในโลกโซเชียลฯว่าทั้งอารมณ์ สายตา และท่าทางของตัวละคร ได้สร้างความขนลุกอย่างมาก

ซึ่งวันนี้เราจะพาไปไขข้อสงสัยของแฟนละคร ที่ว่าเหตุใดชายที่ชื่อ “ทองคำ” จึงกล้าเข้าไปต่อว่า “ขุนหลวงนารายณ์” เป็นการส่วนพระองค์ได้อย่างนั้น โดยที่ไม่ได้รับอาญาใดๆ และท่านมีความสำคัญขนาดไหนในประวัติศาสตร์ไทย

 

.

.

 

ซีนนี้ ให้ 100 100 100 เลยเจ้าคะ กราบฝีมือผู้กำกับ กราบฝีมือนักแสดง #บุพเพสันนิวาส มันสะเทือนใจ สะเทือนอารมณ์ ทั้งๆที่เคยเรียนวิชาประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่อินเท่ากับวันนี้ที่ได้ดูละคร การทำโทษคนที่เรารักเสมือนพี่น้องร่วมสายโลหิต เหมือนเพื่อน มันเจ็บปวด 👍😭😭ขอบคุณ@broadcastthaitv @nong_arunosha @maich3iam @padol_ppd @bigibig28

โพสต์ที่แชร์โดย Muangsuwan N (@nichapa1982_teampj) เมื่อ

สมเด็จพระเพทราชา แต่เดิมเป็นสามัญชนชื่อว่า “ทองคำ” เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 28 ของกรุงศรีอยุธยา และเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์บ้านพลูหลวง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยา ทรงเป็นพระสหายที่ถูกเลี้ยงดูควบคู่มากับขุนหลวงนารายณ์ (สมเด็จพระนารายณ์) ตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะพระมารดาของพระองค์เป็นพระนมในสมเด็จพระนารายณ์ ภายหลังได้รับราชการเป็นจางวางกรมช้าง แต่ด้วยมีความดีความชอบในการทำสงคราม จึงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระนารายณ์ให้รับใช้ใกล้ชิด จนมีบรรดาศักดิ์เป็นพระเพทราชา ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมพระคชบาล ซึ่งมีอำนาจค่อนข้างมากในเวลานั้น

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2231 เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชประทับ ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ พระอาการประชวรก็ทรุดลงอย่างหนักด้วยโรคไอหืด (asthmatic cough) และใกล้สวรรคต นั่นย่อมเป็นโอกาสส่งให้ออกพระเพทราชา ชิงกระทำการรัฐประหารในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2231 โดยมีหลวงสรศักดิ์เป็นกำลังสำคัญ เสริมด้วยม็อบชาวบ้าน และชาววัดในเขตเมืองและปริมณฑลเป็นตัวช่วย

ตอนนั้นสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเห็นว่าพระเพทราชาเป็นผู้ใหญ่ จึงมอบหมายให้ว่าราชการแทน ระหว่างนั้นพระเพทราชาลวงพระอนุชาทั้งสองพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์ คือเจ้าฟ้าน้อยและเจ้าฟ้าอภัยทศว่ามีรับสั่งให้เข้าเฝ้า เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จถึงเมืองลพบุรีก็ถูกหลวงสรศักดิ์จับไปสำเร็จโทษที่วัดทราก

ส่วนพระปีย์พระราชโอรสบุญธรรมถูกผลักตกจากชาลาพระที่นั่งสุทธาสวรรค์แล้วกุมตัวไปสำเร็จโทษ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2231 และได้สั่งให้เจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) เข้ามาพบ เมื่อเจ้าพระยาวิชเยนทร์มาถึงศาลาลูกขุนก็ถูกกุมตัวไปประหารชีวิต เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2231

เมื่อจัดการบ้านเมืองสงบแล้วจึงเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนารายณ์มาประดิษฐานที่พระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ แล้วทำพระราชพิธีปราบดาภิเษก ณ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์แล้ว ก็ได้ขับไล่กำลังทหารฝรั่งเศสออกไปจากกรุงศรีอยุธยา แต่ยังทรงอนุญาตให้บาทหลวง และพ่อค้าชาวฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาต่อไปได้ ได้มีการทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศส เรื่องการขนย้ายทหาร และทรัพย์สินของฝรั่งเศสออกจากป้อมที่บางกอก โดยฝ่ายอาณาจักรอยุธยาเป็นผู้จัดเรือ กับต้องส่งคืนทรัพย์สิน ที่เป็นของกรุงศรีอยุธยาคืนทั้งหมด สำหรับข้าราชการและราษฎรไทย ที่ยังอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ทางฝรั่งเศสจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยา ผลการปฏิบัติดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับฝรั่งเศส สิ้นสุดลงตั้งแต่นั้นมา

การกระทำของออกพระเพทราชา นั้นมีคนไทยในตอนนั้นสนับสนุนจำนวนมากไม่ว่าจะขุนนาง สถาบันสงฆ์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากนโยบายบริหารของสมเด็จพระนารายณ์จากเรื่องสึกพระมาทำงานหลวง หรือการให้ฆราวาสอย่างออกหลวงสุรศักดิ์มาควบคุมการสอบ รวมไปกระทั่งไพร่และเชื้อพระวงศ์ เพราะล้วนแต่กลัวว่าฝรั่งเศสจะมายึดบ้านยึดเมือง

ทั้งนี้ สมเด็จพระเพทราชา ทรงครองราชย์ได้ 15 ปี ก็เสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. 2246  สิริพระชนมพรรษา 71 พรรษา.

ขอบคุณที่มาจาก: onbnews

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ถึงกับขนลุก!!! เมื่อได้รู้จักตัวตนจริงของ “นายทองคำ” ชายผู้กล้าต่อปากต่อคำกับ “ขุนหลวงนารายณ์” ในประวัติศาสตร์ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา!!!

ร่วมแสดงความคิดเห็น