พระพยอม ขอความเป็นธรรมหลังแพ้คดี

ภายหลัง เพจ อีจัน รายงานว่า พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว แพ้คดีเรื่องที่ดินแปลงที่ทางมูลนิธิวัดสวนแก้วได้ซื้อมาจากโยมคนหนึ่งที่ขายให้ในราคา 10 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2547 ทางมูลนิธิวัดสวนแก้ว ได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง แต่ภายหลัง ลูกๆ เจ้าของที่ดินทราบเรื่องได้ไปฟ้องต่อศาลเพื่อขอที่ดินคืน และทางศาลมีคำสั่งให้ทางมูลนิธิวัดสวนแก้ว คืนที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับทายาทเจ้าของที่ดิน ขณะนี้ทางเจ้าของที่ดินได้ทำรั้วสังกะสีปิดกั้นไม่ให้เข้าออกในที่ดินแล้ว

ล่าสุด พระพยอม เปิดใจผ่านช่องone ระบุว่า กรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินขนาด 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ปากทางเข้าวัดสวดแก้วว่า หลังศาลมีคำสั่งให้วัดสวนแก้วแพ้คดี และต้องคืนที่ดินให้กับเจ้าของเก่า ทางเจ้าของที่ก็ได้นำแผ่นสังกะสีมาปิดล้อมที่ดิน พร้อมขีดเส้นตายให้คนงานของวัดสวนแก้วที่พักอาศัยอยู่ในที่ดินผืนดังกล่าวต้องย้ายออกภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งหากยังไม่ยอมย้ายออกทางเจ้าของที่ดินได้ใช้คำพูดว่า “ไม่อยากใช้ความรุนแรง” แต่ก็ได้มีทนายความมีชื่อเสียง และผู้รู้กฎหมายเข้ามาแนะนำวัดว่า ยังไม่จำเป็นต้องย้ายออกจนกว่าจะมีหมายศาลบังคับคดีมาให้ชัดเจนเสียก่อน ทางวัดจึงจะยังไม่เร่งย้ายออก แต่ก็ได้เตรียมบ้านพักสำรองไว้ให้ครอบครัวคนงานที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในที่ดินผืนดังกล่าว จำนวน 1 ครอบครัวไว้แล้ว

ทั้งนี้ พระพยอม บอกว่า ไม่ได้อยากได้ที่ดินผืนดังกล่าวแล้ว แต่อยากจะขอความเป็นธรรม ซึ่งหากกฎหมายไม่สามารถให้ความเป็นธรรมได้ ก็เชื่อว่ากฎแห่งกรรมนั้นมีความเที่ยงตรงและศักดิ์สิทธิ์ ฝากชี้แจงถึงญาติโยมที่เเสดงความเป็นห่วง กลัวว่าพระพยอมจะไม่มีที่อยู่ เเละได้เเสดงเจตจำนงค์บริจาคที่ดิน 10-20 ไร่ เพื่อให้พระพยอมนำไปสร้างวัดสวนแก้วแห่งใหม่ ว่า ทางพระพยอมไม่ได้ถูกไล่ออกจากวัด และวัดสวนเเก้วก็ยังคงอยู่ที่เดิม มีเพียงที่ดิน 1 ไร่ จากทั้งหมด 200 กว่าไร่เท่านั้น ที่มีปัญหาข้อพิพาท เนื่องจากเมื่อปี 2547 พระพยอมได้ซื้อที่ดินผืนนี้มาจาก นางวันทนา สุขสำเริง ปัจจุบันอายุ 79 ปี ซึ่งได้สิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ที่ดินผืนนี้มา หลังอยู่อาศัยมานาน 30 ปี และได้ทำตามขั้นตอนการซื้อ-ขายอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง

ด้าน อ.ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม เดินทางมาที่วัดสอบถามพระพยอม ว่า มีหมายไล่ หมายแปะ หรือหมายบังคับคดีมีหรือไม่ ซึ่งทาง อ.ปรเมศวร์ ก็บอกว่าถ้าเรื่องนี้เขารู้ก่อน หลวงพ่อจะไม่เสียเงินสักบาทเดียว
“ซึ่งเรื่องที่ดินนั้น อาตมาไม่ได้มีความอยากได้แล้ว แต่มีความรู้สึกแปลกมากว่า ตัวละครทั้งหมด 5 คน คือทนายแต่งเรื่อง เจ้าหน้าที่ออกโฉนด คนปั๊มโฉนด คนนำมาขาย ไม่ผิด แต่คนซื้อกลับมีความผิด ตอนนี้ไม่เป็นไรเพราะอาตมาปลงแล้ว จะให้ย้ายออกก็ย้าย เราถือว่ากฎหมายนี้ บางทีก็ไม่ให้ความเป็นธรรม แต่กฎแห่งกรรมเราเชื่อว่ายังศักดิ์สิทธิ์ ประเทศไทยเราก็เป็นแบบนี้”

ขอบคุณ ช่อง one,อีจัน

อ่านเพิ่มเติม
Privacy-Policy