เพื่อนบ้านยัน ยายลักษณ์ เป็นคนดี ลูกปล่อยให้คลานไป กินน้ำเลี้ยงหมามาแล้ว

0
66

วันที่ 15 สิงหาคม 62 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี ยายทองลักษณ์ พาหา อายุ 81 ปี ที่อาศัยอยู่ที่บ้านเอื้ออาทร พุทธมณฑลสาย 5 ถูกลูกชานและลูกสะใภ้ ทำร้ายร่างกายและปล่อยให้ทรมานจนเพื่อนบ้านทนไม่ไหวต้องให้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองไร่ขิง อ.สามพราน เข้ามาให้การช่วยเหลือ โดยมีบาดแผลหลายแห่งและมีร่างกายที่บอบช้ำใบหน้าปูดบวม น่าเวทนากับประชาชนที่ได้ทราบข่าวดังกล่าว


โดยช่วงเย็นของวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม นางสาวธิมาพร ปั้นประดับ เจ้าหน้าที่ป้องกันการทำความรุนแรงในครอบครัว สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครปฐม และทีมงานได้มาพร้อมกับเพื่อนบ้านเพื่อมาให้ปากคำและแจ้งความเอาความผิดกับบุตรชายและลูกสะใภ้ของยายลักษณ์ ซี่งมีพยาน 2 ราย ที่พร้อมมาให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวน ซึ่งในเบื้องต้นมี ความผิดเข้าข่าย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำในครอบครัว พ.ศ.2550 โดยบอกว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้มากนักเนื่องจากต้องดูอาการของยายลักษณ์เป็นหลักและต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบก่อนซึ่งเบื้องต้นนั้นทางคดีอาญานั้นต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะมีการสืบสวน
ขณะที่เพื่อน นางพวงเพชร เพชรแสนค้า อายุ 59 ปี บอกว่า ตนเองสงสารยายลักษณ์ ซึ่งล่าสุดมีการถูกทำร้ายมากขึ้น โดยวันแม่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุดยายก็ได้ยินเสียงยายลักษณ์ถูกทุบทำร้าย ซึ่งเมื่อแอบไปดูก็พบว่าที่ปากมีเลือกกลบอยู่ เวลาป้อนข้าวก็เห็นคราบเลือดอย่าสงสาร ยิ่งมาเช้านี้ ก็ยิ่งตกใจเพราะพบว่าบาดแผลเดิมนั้นมีมากขึ้นและมีแผลใหม่เกิดขึ้นด้วยโดยที่สะเทือนใจ คือมีคนข้างห้องพักของยายลักษณ์มาบอกว่า ยายลักษณ์ไม่ได้มีการให้ข้าวให้น้ำ และเคยเห็นว่า ยายลักษณ์ลากสังขารตัวเองคลานไปที่หน้าห้องเพื่อนบ้าน ซึ่งเอาถ้วยใส่น้ำเพื่อใส่ให้สุนัขกินวางไว้หน้าห้องและยายลักษณ์ได้คลานมาเลียน้ำในถ้วยดังกล่าว


ซึ่งได้มีการเอาน้ำมาให้แล้วเคยเอามาพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าวมาแล้วซึ่งเกิดมากจากท้องพ่อท้องแม่ก็ไม่เคยเจอใครแบบนี้ ซึ่งตนเองเคยถามจากให้แน่ชัด ยายลักษณ์ก็บอกว่าถูกทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกายจริง กระทั่งเพื่อนบ้านต้องอาศัยช่วงเวลาที่สองผัวเมียไม่อยู่บ้านเข้าไปดูแลกันบ่อยครั้ง ก่อนจะมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือเมื่อเช้าวานนี้

Loading...

ขณะที่ นางสาวอรทัย หุณทนเสรี ผู้จัดการบ้านเอื้ออาทร พุทธมณสาย 5 บอกว่า เรื่องดังกล่าวทางนิติกรของหมู่บ้านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปกติจะมีการประสานกับ อสม.ของเทศบาลเมืองไร่ขิงตลอดเวลา ซึ่งก็ทราบเรื่องดังกล่าวมาบ้าน แต่เมื่อวานนี้เมื่อได้เข้าไปตรวจสอบร่วมกับชาวบ้านก็พบว่ายายลักษณ์นั้นมีบาดแผลเยอะมากกว่าทุกครั้ง ซึ่งจากนั้นเมื่อมการนำตัวส่งโรงพยาบาล และมีข่าวออกมา บุตรชายก็ได้มีการโทรติดต่อเข้ามาหา และแจ้งไม่ชัดเจนกับเรื่องดังกล่าวบอกเพียงว่าไม่ค่อยอยู่บ้านและยายลักษณ์ก็มีการเดินไปไหนไม่ได้และต้องคลานไปมา จะมาพบก็คือว่าล่าสุดได้ตกบันใดไปแล้ว จนมีบาดแผลและบอกว่ารักแม่แต่ยังไม่ค่อยมีเวลาดูแล


ซึ่งหลังจากที่มีการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว ทางกลุ่มเพื่อบ้านได้นำภาพช่วงของการเช้าช่วยเหลือยายลักษณ์ มาให้สื่อได้ดูเหตุการณ์ช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองไร่ขิงไปดุยายลักษณ์โดยพบว่านอนอยู่ที่หน้าห้องพักตั้งแต่ช่วงเช้าโดยนอนแน่นิ่งอยู่ลำพัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และเพื่อนได้ได้น้ำและอาหารไปป้อนให้ก่อนจะพากันส่งขึ้นรถพยาบาล และนอนสภาพตาปิดบวมไปทั้งใบหน้าไม่สามารถพูดได้แล้ว เพื่อยืนยันว่าสภาพของยายลักษณ์นั้นถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่องจริงๆ


เรียบเรียงโดย ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.นครปฐม

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here